บีเอ็ม i7 xDrive60 เลานจ์ส่วนตัวรับผู้นำเอเปค

บีเอ็ม i7 xDrive60 เลานจ์ส่วนตัวรับผู้นำเอเปค

บีเอ็ม i7 xDrive60
เลานจ์ส่วนตัวรับผู้นำเอเปค

ใ นช่วงระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders Meeting 2022 : AELM 2022) วันที่ 18-19 พฤศจิกายนนี้ บีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทย ผู้นำตลาดรถยนต์หรูในเมืองไทย ได้รับมอบหมายให้นำรถยนต์ซีดานพรีเมียมไฟฟ้ารุ่นล่าสุดเพิ่งเปิดตัวในประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ อย่าง บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport (First Edition) จำนวน 21 คัน ในฐานะโมบิลิตี้ พาร์ตเนอร์สำหรับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 อย่างเป็นทางการ เพื่อใช้ต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในช่วงระหว่างการประชุม

บีเอ็มดับเบิลยู i7 ใหม่ มีให้เลือกสามรุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นท็อปสำหรับผู้นำเอเปค คือ บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport (First Edition) ราคาจำหน่าย 7,599,000 บาท บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport ราคา 7,849,000 บาท และบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport Gran Lusso ราคา 8,599,000 บาท

รถยนต์รุ่นนี้ถือว่าเป็นรถยนต์หรูหราหมาเห่าระดับแถวหน้าของเมืองไทยในขณะนี้ก็ว่าได้

ภายนอกตกแต่งด้วยวัสดุสีดําเงา และสปอยเลอร์หลังดีไซน์ M ตัวถังด้านหลังเน้นการออกแบบเส้นสายแนวนอน ตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียมที่ด้านล่างเพื่อสะท้อนความสง่างาม ด้านบนเป็นไฟรูปตัว “L” มาพร้อมรูปทรงเรขาคณิตแบบกระจกเป็นครั้งแรก เสริมให้ไฟท้ายดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

การออกแบบไฟหน้าทรงกลมและกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์พร้อมกรอบเรืองแสงของบีเอ็มดับเบิลยู ได้รับการตีความใหม่ทั้งหมดเพื่อสะท้อนรูปลักษณ์ให้ทันสมัยและโดดเด่นยิ่งขึ้น ไฟหน้า Adaptive LED ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานพร้อมระบบปรับองศาเมื่อเข้าโค้ง ชุดไฟหน้าคริสตัลสวารอฟสกี้ “Iconic Glow” ประกอบด้วยไฟ LED จำนวน 22 ดวง ส่องสว่างผ่านคริสตัลจากด้านหลัง และกระจังหน้าเรืองแสงเป็นประกาย มอบความงดงามตระการตาอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้

ยังมีการแสดงกราฟิกแสงระยิบระยับเมื่อผู้ขับขี่เข้าใกล้ตัวรถ เริ่มจากกระจังหน้าทรงไตคู่ไปจนถึงไฟหน้าคริสตัล และไฟส่องพื้นที่ทำให้นึกถึงคริสตัลหรูหรา

มีระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) ให้ผู้ขับขี่สามารถปลดล็อกและสตาร์ตรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมระบบช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะปิดประตูที่ทำได้อย่างเงียบเชียบและนุ่มนวล

ในบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport Gran Lusso ยังมาพร้อมระบบเปิดและปิดประตูอัตโนมัติ มอบความสะดวกสบาย

ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว พละกำลังรวม 400 กิโลวัตต์/544 แรงม้า มอบอัตราเร่งทรงพลังด้วยแรงบิดสูงสุด 745 นิวตันเมตร ผสานกับเกียร์อัตโนมัติและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า BMW xDrive และเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งได้มอบการขับขี่อันน่าประทับใจไปแล้วในบีเอ็มดับเบิลยู iX มาพร้อมแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ 105.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่ติดตั้งด้านล่างตัวถังผสานกับประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนส่งผลให้อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 19.6-18.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/100 กิโลเมตร มอบระยะทางขับเคลื่อนตามมาตรฐาน WLTP สูงสุดที่ 625 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มีระบบช่วยการขับขี่รุ่น Professional ระบบควบคุุมความเร็วอัตโนมัติ และฟังก์ชั่น Stop & Go ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ระบบปรับองศาของล้อหลังเพื่อการเข้าโค้งหรือเลี้ยว (Integral Active Steering) ทำให้การบังคับทิศทางง่ายยิ่งขึ้นขณะเข้าโค้งหรือจอดรถ

ทั้งสามรุ่นย่อยมาพร้อมช่วงล่างแบบถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ ขณะที่ระบบควบคุมช่วงล่าง Executive Drive Pro ที่ติดตั้งมาเป็นพิเศษในบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport Gran Lusso

อัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor) ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection) ระบบสร้างเสียงจำลองเตือนผู้ใช้ถนนรอบข้าง ระบบปกป้องคนเดินถนนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC)

นอกจากนี้ ยังมีระบบ Anti-lock braking system (ABS) ป้องกันไม่ให้ล้อล็อกหรือหยุดหมุนขณะเบรกและระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ (Brake Assist) ส่งผลให้ระยะเบรกสั้นลงบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport Gran Lussoมาพร้อมกับล้ออัลลอย M aerodynamic ขนาด 21 นิ้ว ตกแต่งสี Titanium Bronze ขัดเงาลายสามมิติ

ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport (First Edition) และบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport มาพร้อมล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา ขนาด 21 นิ้ว แบบสลับสี

ติดตั้งเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ล่าสุด อาทิ ระบบ “My Modes” รุ่นใหม่และระบบปฏิบัติการ BMW iDrive รุ่นล่าสุด ช่วยให้ผู้ขับขี่ปรับโหมดการขับขี่และบรรยากาศภายในรถได้ดังใจ

ทั้งยังครบครันด้วยอุปกรณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น จอแสดงผลดิจิทัลแบบโค้ง BMW Curved Display, แถบ BMW Interaction Bar, ระบบผู้ช่วย BMW Intelligent Personal Assistant ที่พัฒนาขึ้นอีกขั้น, หน้าจอ BMW Head-up Display และฟังก์ชั่น Augmented View ติดตั้งมาเป็นครั้งแรกบนจอแสดงข้อมูลหลังพวงมาลัย ช่วยให้ผู้ขับขี่และรถยนต์สื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าที่เคย

ยังมาพร้อมระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ BMW IconicSounds Electric ทำให้ผู้โดยสารสัมผัสกับเสียงการเดินรถอันเป็นเอกลักษณ์จาก Hans Zimmer ออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์สำหรับทุกโหมดการขับขี่

ห้องโดยสาร เบาะนั่งแบบมัลติฟังก์ชั่นครบครันทั้งสำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสารตอนหน้า และผู้โดยสารตอนหลัง มาพร้อมฟังก์ชั่นนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหลัง รวมถึงระบบอุ่นเบาะทุกที่นั่ง ระบบระบายอากาศสำหรับเบาะที่นั่ง และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 4 โซน เพิ่มการไหลเวียนอากาศในห้องโดยสารและมอบคุณภาพอากาศที่ดีให้กับผู้โดยสาร

ทั้งสามรุ่นยังมาพร้อมวัสดุบุหลังคา M Alcantara ส่วนภายในตัวรถตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอน ไฟเบอร์ ถักด้วยวัสดุสีเงินแบบ M คอนโซลกลางสีดำเงาแบบ Piano Finish Black

ระบบ BMW Live Cockpit Professional มอบความสะดวกสบายและแสดงข้อมูลรถยนต์โดยไม่รบกวนสมาธิระหว่างขับขี่บนท้องถนน

ระบบ BMW ConnectedDrive รวบรวมบริการดิจิทัลที่เชื่อมต่อรถยนต์กับโลกภายนอกได้อย่างชาญฉลาด

นอกจากนี้ ยังอุ่นใจด้วยระบบตรวจสอบระยะไกล Telematics Service และการให้บริการด้านการจราจร ทั้งยังสะดวกสบายด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มือถือ และระบบความบันเทิงต่างๆ ในตัวรถ

หลังคากระจกพาโนรามา “Sky Lounge” ที่ออกแบบขึ้นมาใหม่ยังให้ความรู้สึกโอ่อ่า กว้างขวางและสะดวกสบาย นอกจากกระจกบานใหญ่แล้ว ยังมีเส้นแสง LED อัจฉริยะที่ปรับเปลี่ยนได้ทุกเส้น เติมเต็มให้บรรยากาศในห้องโดยสารให้หรูหราขึ้นอีกระดับ

เมื่อก้าวเข้าไปยังห้องโดยสารด้านหลัง จะได้พบกับระบบบันเทิงเหนือระดับ โดดเด่นด้วย BMW Theatre Screen หน้าจอแบบพาโนรามาขนาด 31.3 นิ้ว มาในรูปแบบ 32:9 และความละเอียดระดับ 8K ทอดยาวลงมาจากหลังคา และแปลงโฉมเบาะที่นั่งตอนหลังให้เป็นโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ส่วนตัวสุดพิเศษ ผู้โดยสารสามารถปรับเปลี่ยนเบาะที่นั่งด้านหลังให้กลายเป็นเลานจ์ส่วนตัว และเลือกโปรแกรมความบันเทิงจากหลากหลายตัวเลือกการสตรีมมิ่ง สามารถรับชมได้อย่างเพลิดเพลิน

ภายในยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางคุณภาพสูง Bowers & Wilkins Diamond คุณภาพระดับสตูดิโอ พร้อมลำโพงกว่า 39 ตัว ให้ประสิทธิภาพเสียงกว่า 1,965 วัตต์ มอบความตราตรึงไม่ว่าจะนั่งอยู่ตำแหน่งใดภายในรถ

บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 เป็นสุดยอดรถหรู สำหรับผู้นำเอเปคและลูกค้ากระเป๋าหนักที่นิยมชมชอบความหรูหรา มาพร้อมเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างแท้ทรู

นายพล

คุณกำลังดู: บีเอ็ม i7 xDrive60 เลานจ์ส่วนตัวรับผู้นำเอเปค

หมวดหมู่: รถยนต์

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด