ปชป. จัดเสวนาบอลโลก ซัด กสทช.ตั้งกฎ ต้นเหตุหืดขึ้นคอ ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดบอลโลก

ปชป. จัดเสวนาบอลโลก ซัด กสทช.ตั้งกฎ ต้นเหตุหืดขึ้นคอ ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดบอลโลก

ปชป. จัดเสวนาบอลโลก ซัด กสทช.ตั้งกฎ ต้นเหตุหืดขึ้นคอ ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดบอลโลก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์กทม. พรรคปชป. จัดเสวนาพิเศษ หัวข้อ “ดูบอลโลกในไทยทำไมเป็นแบบนี้” ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค กรรมการยุทธศาสตร์ กทม. และอดีตผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี, นายอภิมุข ฉันทวานิช อดีต ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์, นายเขมทัต พลเดช อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท. และนายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการศูนย์กฎหมายสุขภาพ และจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายไพศาล กล่าวตอนหนึ่งว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุดในการจัดซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก เพราะโดยอำนาจหน้าที่ของกกท. จะมีอำนาจในการส่งเสริมเรื่องการกีฬา และติดต่อการขอความร่วมมือกับองค์กรกีฬา และสมาคมกีฬา ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) จะมีอำนาจเรื่องการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ กิจการวิทยุ และกิจการโทรคมนาคม จึงไม่ควรมีบทบาทเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก แต่จะมีเกณฑ์บางอย่างบางกรณีที่เป็นเรื่องกีฬาสากล เช่น กีฬาโอลิมปิก ซึ่งลักษณะนี้อาจจะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้ ในหลายประเทศมีการประมูล และตกลงกันโดยภาคเอกชนมาหลายปีแล้ว แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่จะเป็นเอกชนที่ซื้อลิขสิทธิ์ หากดูในส่วนของประเทศไทยกรณีที่ภาคเอกชนไม่สนใจซื้อลิขสิทธ์บอลโลกครั้งนี้ ก็เป็นหน้าที่ของ กกท. โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่มีงบประมาณอุดหนุนค่อนข้างมาก รัฐบาลจึงควรโยกเงินจากกองทุนฯมาซื้อลิขสิทธิ์แทน

ด้าน นายเขมทัต กล่าวว่า เราต้องพิจารณากฎระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดขัดในการซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก ซึ่งการเซ็นสัญญาในการซื้อลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวกับกีฬามีมูลค่าสูงมาก เช่น ฟุตบอลโลกในแต่ละครั้ง มูลค่าการซื้อลิขสิทธิ์จะขึ้นอยู่กับว่าแข่งในทวีปไหน ถ้าเป็นช่วงเวลาที่คนเอเชียดูเยอะค่าลิขสิทธิ์ก็จะสูง ในส่วนของประเทศไทยบิดเบี้ยวมาตั้งแต่ต้นทาง คือ เรื่องของกฎหมายในการซื้อลิขสิทธิ์ สิ่งใดที่เป็นคอนเทนต์ที่มีราคาสูงย่อมต้องเจรจาต้องแต่แรก ทั้งนี้ หากจะแก้กฎ Must Carry และ Much Have จะต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ก่อนที่จะมีฟุตบอลโลกอีกครั้งในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อที่จะได้ตกลงพูดคุยเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอด

น.ส.วทันยา กล่าวตอนหนึ่งว่า เราจำเป็นต้องใช้เงินจากกองทุน กทปส. และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกหรือไม่ ประเทศไทยไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นดูบอลโลก ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเราไม่เคยมีปัญหาในการดูบอลโลก เพราะที่ผ่านมาภาคธุรกิจผู้ประกอบการโทรทัศน์นำเงินมารวมกันซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก และหารายได้จากสปอนเซอร์เข้ามาอุดหนุน แต่วันนี้กลไกตลาดกำลังถูกบิดเบือน ที่เราต้องเอาเงินจากภาษีประชาชนไปจ่ายให้กับองค์กรที่แสวงผลกำไรจากต่างชาติ ปรากฏการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีกฎ Must Carry ที่เป็นหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป ซึ่งบังคับให้ผู้ให้บริการโทรทัศน์ทุกรายที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. นำช่องฟรีทีวี ไปออกอากาศในทุกช่องทาง และยังมีกฎ Must Have ที่กำหนดให้รายการโทรทัศน์แบบถ่ายทอดสดบางรายการ ถือเป็นรายการโทรทัศน์ที่สามารถให้บริการแก่ประชาชน ภายใต้การให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป ซึ่งหนึ่งในนั้นมีรายการกีฬาที่คนไทยต้องได้ดูฟรีผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องฟรีทีวี ประกอบด้วย ซีเกมส์ อาเซียนพาราเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ เอเชี่ยนพาราเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ พาราลิมปิกเกมส์ และฟุตบอลโลก

“กสทช. อาจขาดการไตร่ตรองในแง่ของผลกระทบที่เพียงพอ กฎที่ออกมาเหมือนงูที่เขวี้ยงไม่พ้นคอ คนที่ไปประมูลลิขสิทธิ์จะต้องเอามาแจกจ่ายให้ช่องอื่นๆที่ไม่ได้ประมูล ทำให้เกิดปัญหาว่าทำไมเพิ่งมาแก้ปัญหาในช่วงที่กระชั้นชิดแบบนี้ เพราะทุกคนต่างรอดูกันไปมาว่าใครจะประมูล แม้ครั้งนี้เราจะได้ดูบอลโลก แต่ก็เป็นแบบหืดขึ้นคอ หวังว่าเมื่อเราเรียนรู้ความผิดพลาดไปแล้ว กรรมการกสทช. เข้าใจถึงปัญหา และกลไกตลาดที่บิดเบี้ยวแล้ว ดังนั้น หลังจากผ่านบอลโลกครั้งนี้ กรรมการกสทช. ต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนหารือเรื่องกฎ Must Carry และ Much Have ว่าเหมาะสมที่จะใช้ต่อไปหรือไม่” น.ส.วทันยา กล่าว

คุณกำลังดู: ปชป. จัดเสวนาบอลโลก ซัด กสทช.ตั้งกฎ ต้นเหตุหืดขึ้นคอ ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดบอลโลก

หมวดหมู่: ฟุตบอลต่างประเทศ

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด