รวมมือถืองบ 9,000-15,000 บาท ที่น่าใช้งานประจำเดือน เมษายน 2022

รวมมือถืองบ 9,000-15,000 บาท ที่น่าใช้งานประจำเดือน เมษายน 2022

กลับมาพบกับการรวมมือถือจากทีม Sanook Hitech อีกครั้ง ในรอบนี้มาพบกับมือถือในกลุ่มราคา 9,000 – 15,000 บาท มันจะมีรุ่นไหนที่น่าซื้อในเดือนนี้บ้าง เรามาดูกันเลยครับ

OnePlus Nord CE 2 5G

 

เริ่มที่รุ่นแรกที่เพิ่งเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ ในประเทศไทยกับราคา 14,990 บาท เรียกได้ว่าแรงพอสมควร แต่ว่าสเปกที่ได้นั้นก็ถือว่าไม่ธรรมดาอย่างที่คิดกับความเป็นตัวเองในส่วนของระบบปฏิบัติการ และดีไซน์ดูแพงกว่าเดิม ฉะนั้นใครอยากได้รีบสอยเลยครับ

รายละเอียดของ OnePlus Nord CE 2 5G

  • หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.43 นิ้ว ค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz HDR10+   
  • ขนาดตัวเครื่อง:  160.6 x 73.2 x 7.8 มม.          
  • น้ำหนัก: 173 กรัม          
  • ชิปเซ็ตประมวลผล:  MediaTek Dimensity 900 5G | Mali-G68 MC4
  • หน่วยความจำ:  RAM ขนาด 6/8GB
  • หน่วยความจำภายในความจุ:  128GB
  • หน่วยความจำภายนอก -    
  • การเชื่อมต่อ: 5G (Dual Mode), WiFi 802.11 AX (WiFi 6), Bluetooth 5.2, GPS, A-GPS    
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล / Video 1080p 30/60FPS
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 3 ตัว แบ่งออกเป็น        
  • กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล F/1.8 PDAF    
  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมอง 119 องศา F 2.2     
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล    
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Optical       
  • แบตเตอรี่ความจุ: 4500mAh          
  • รองรับ Warp Charge 65W (แบบสาย) 
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Oxygen OS 11 
  • สี: Gray Mirror, Bahama Blue

POCO X4 Pro 5G

 xiaomi-poco-x4-pro--

POCO X4 Pro 5G จัดว่าเป็นมือถือระดับกลางอีกรุ่นที่น่าสนใจ พร้อมกับ กล้อง 108 ล้านพิกเซล ที่มีเซนเซอร์ที่มีระบบโฟกัสที่ดีและ OK กว่าเดิม นอกจากนี้ ขุมพลังที่ออกมาถือว่าตอบโจทย์การทำงานได้อย่างดีเรียกได้ว่าเป็นอีกมือถือรุ่นหนึ่งที่คุ้มค่ากับการใช้งานในงบไม่แรงจนเกินไปเพียงหมื่นต้นๆ เท่านั้น

รายละเอียดของ POCO X4 Pro

  • หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล WFHD+  ขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120 Hz  
  • ขนาดตัวเครื่อง164.2 x 76.1 x 8.1 มม.  
  • น้ำหนัก205 กรัม   
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 695 5G
  • กราฟิก : Adreno 619
  • หน่วยความจำRAM ขนาด 8GB
  • หน่วยความจำภายในความจุ256GB
  • หน่วยความจำภายนอก : MicroSD
  • การเชื่อมต่อ WiFi 802.11 B/G/N/AC, Bluetooth 5.1, 5G / 4G
  • ลำโพง เป็นแบบ Stereo ทั้งบนและล่าง
  • การรองรับซิมการ์ด : Nano SIM 2 ช่อง + MicroSD
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16ล้านพิกเซล   
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน3 ตัว แบ่งออกเป็น 
    • กล้องหลักความละเอียด108 ล้านพิกเซล + PDAF, EIS
    • เลนส์ มุมกว้างความละเอียด 8  ล้านพิกเซล 119 องศา
    • เลนส์ Macroความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
    • LED Flash
    • ถ่ายวิดีโอ FHD 30/60 FPS
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ: IP53  
  • ระบบปลดล็อคสแกนใบหน้า และ ระบบสแกนลายนิ้วมือ ด้านข้าง
  • ช่องเสียบ USB-C, ช่องเสียบหูฟัง3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไฟFast Charge 67W (ติดมาให้ในกล่อง)
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการAndroid 11 ครอบทับด้วย MIUI 13
  • สี Laser Black, Laser Blue, Poco Yellow

อ่านรีวิวได้ที่นี่

เป็นเจ้าของได้แล้วที่ร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการใน Lazada และ Shopee

Samsung Galaxy A53 5G

Samsung Galaxy A53 5G ถือว่าเป็นมือถือรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ส่วนใหญ่จะเป็นการปรับโฉม Mirror Change เปลี่ยนแปลงในในเรื่องการออกแบบที่เรียกได้ว่าลงตัวเช่นได้ และมีขอบเครื่องที่บางลงและน้ำหนักยังคงเท่าเดิม แต่ได้แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นในราคา 14,490 บาท อาจจะแพงขึ้น แต่ก็ลงตัว

รายละเอียดของ Samsung Galaxy A53 5G

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 159.6 x 74.8 x 8.1 มม.          
  • น้ำหนัก: 189 กรัม          
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : IP67
  • หน้าจอ: Super AMOLED Plus ขนาด 6.5 นิ้ว   
  • ความละเอียดหน้าจอ 2400x1080 พิกเซล ความสว่าง 800 nits Refresh Rate 120Hz
  • ชิปเซ็ต (Exynos 1280) Octa Core 2.4 – 2.0GHz) + GPU ยังไม่ระบุ
  • การเชื่อมต่อ : 5G/4G LTE (Nano SIM 2 Slot) WiFi 802.11 B/G/N/AC Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS          
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 12 (One UI 4.1)   
  • ระบบความปลอดภัย          
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าแบบ  2 มิติ   
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอ  
  • กล้องหลัง 4 ตัว  
    • 64 ล้านพิกเซล F/1.9 เป็นเลนส์หนัก
    • 12 ล้านพิกเซลUltra Wide มุมมองกว้างสุด123 องศา   
    • 5 ล้านพิกเซลเป็นDepth Sensor   
    • 5 ล้านพิกเซลเป็นเลนส์Marco    
    • LED Flash
  • กล้องหน้า: 32 ล้านพิกเซล (f2.0)     
  • แบตเตอรี : 5000 mAh + Fast Charge 25W   
  • แรม (RAM) :  8 GB  (RAM Plus ทำได้สูงสุด 6 GB)        
  • ความจำภายใน : 128/256GB          
  • ความจำภายนอก :  MicroSD (รองรับ 1TB)          
  • ช่องเสียบ : USB-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร   
  • สี: Awesome Blue, Awesome Peach, Awesome Black

เป็นเจ้าของได้แล้วที่ร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการใน Lazada และ Shopee

realme 9 Pro+ รีวิว

realme 9 Pro+ ถือว่าเป็นมือถือรุ่นใหม่ที่ยังมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่กับสเปกของกล้องที่เปลี่ยนไปทำให้กล้องมีความละเอียดที่ดีและเซนเซอร์ IMX766 ใหม่รองรับ OIS ในราคาเพียง 12,999 บาท เรียกได้ว่าร้องว้าวเลยทีเดียว

รายละเอียดเครื่อง realme 9 Pro+

  • หน้าจอ OLED ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล WFHD+  ขนาด 6.4 นิ้ว   
  • ขนาดตัวเครื่อง 160.2 x 73.3 x 8 มม.    
  • น้ำหนัก 182 กรัม    
  • ชิปเซ็ตประมวลผล  MediaTek Dimensity 920 5G 
  • กราฟิก : Mali-G68 MC4 
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB (DRAM ทำได้สูงสุด 4GB)
  • หน่วยความจำภายในความจุ 128GB 
  • การเชื่อมต่อ WiFi 802.11 B/G/N/AC/AX หรือ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2, 5G / 4G 
  • ลำโพง เป็นแบบ Stereo ทั้งบนและล่าง
  • การรองรับซิมการ์ด : Nano SIM 2 ช่อง  
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล    
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน  3 ตัว แบ่งออกเป็น  
    • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล + PDAF (Sony IMX766) 
    • เลนส์ มุมกว้าง ความละเอียด 8  ล้านพิกเซล 119 องศา 
    • เลนส์ Depth Sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล 
    • LED Flash
  • ถ่ายวิดีโอ 4K 30fps, FHD 30/60/120/480 fps, 720p 960 fps 
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ ไม่ได้ระบุ   
  • ระบบปลดล็อค สแกนใบหน้า และ ระบบสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ 
  • ช่องเสียบ USB-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร   
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh    
  • รองรับระบบชาร์จไฟ Super Dart Charge 65W (ติดมาให้ในกล่อง)
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย realme UI 3.0 
  • สี Aurora Green, Sunrise Blue 

 เป็นเจ้าของได้แล้วที่ร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการใน Lazada และ Shopee

OPPO Reno 7Z 5G รีวิว

OPPO เองก็มีการเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดในราคานี้อย่าง Reno 7Z 5G แม้ว่าสเปกของเครื่องที่คุ้มค่า และเน้นเรื่องของการ Portrait ทำให้เก็บรายละเอียดได้ดีไม่เบาเช่นเดียวกัน และ สเปกเครื่องทันสมัย

รายละเอียดของ OPPO Reno 7Z 5G

  • หน้าจอ OLED ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล WFHD+  ขนาด 6.43 นิ้ว  
  • ขนาดตัวเครื่อง 159.9 x 73.2 x 7.5มม.   
  • น้ำหนัก 173 กรัม   
  • ชิปเซ็ตประมวลผล  Qualcomm Snapdragon 695
  • กราฟิก : Adreno 619
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB
  • หน่วยความจำภายในความจุ 128
  • การเชื่อมต่อ WiFi 802.11 B/G/N/AC หรือ Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.2 ,UWB, 5G / 4G
  • ลำโพงเฉพาะด้านล่าง
  • การรองรับซิมการ์ด : Nano SIM 2 ช่อง + MicroSD
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล   
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 3 ตัว แบ่งออกเป็น 
    • กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล + PDAF
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ Depth Sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ : ไม่ระบุ คาดว่าจะกันในแบบกันน้ำกระเด็น
  • ระบบปลดล็อก สแกนใบหน้า และ ระบบสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ   
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh   
  • รองรับระบบชาร์จไฟ SuperVOOC 33W
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Color OS 12
  • สี Rainbow Spectrum / Cosmic Black

   เป็นเจ้าของได้แล้วที่ร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการใน Shopee

Huawei Nova 9 SE

huawei-nova-9-se-1

Huawei ได้เปิดตัวมาพร้อมกับราคา 9,499 บาท ซึ่งมาพร้อมกับ Android 11 พร้อมกับ EMUI 12 มาพร้อมกับสเปกของเครื่องไม่ได้ด้อยกว่าใครแถมได้กล้อง 108 ล้านพิกเซลในงบนี้ ถือว่าทำได้ดีอยู่อยู่ครับ

รายละเอียดสเปกของ Huawei Nova 9 SE

  • หน้าจอ IPS LCD พิกเซล ขนาด 6.78 นิ้วความละเอียดระดับ FHD+ (2388x1080 พิกเซล) พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz  
  • ขนาดตัวเครื่อง 164.6 x 75.6 x 7.9มม. 
  • น้ำหนัก 191 กรัม 
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 680 4G
  • กราฟิก : Adreno 610
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB 
  • หน่วยความจำภายในความจุ 128GB
  • หน่วยความจำภายนอก ไม่รองรับ
  • การเชื่อมต่อ WiFi 802.11 B/G/N/AC, Bluetooth 5.0, 4G 
  • ลำโพง Stereo ทั้งบนและล่าง 
  • กล้องหน้า 1 ตัวความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอ 1080p
  • กล้องหลังทั้งหมด 3 ตัวประกอบด้วย 
    • ตัวหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล PDAF, Laser Focus รูรับแสง F/1.9
    • กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล Ultrawide ให้มุมมองกว้าง 112 องศา
    • กล้องตัวที่ 3 ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล Macro
    • กล้องตัวที่ 4 ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ( Depth Sensor)
    • LED Flash  
    • รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 30 FPS, FHD 30/60 FPS, HD, Slowmotion, Timelapse, Dual Recording บันทึกภาพได้ 2 กล้องหน้าหลัง
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ ไม่ได้ระบุ
  • ระบบปลดล็อค : สแกนใบหน้า Face Recognition + สแกนนิ้วมือด้านข้าง
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh 
  • รองรับ Super Charge 66W (แบบสาย)
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 มาพร้อมกับ EMUI 12 ไม่มี Google Mobile Service
  • สี : ฟ้า (Crystal Blue) ดำ (Midnight Black)

  เป็นเจ้าของได้แล้วที่ร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการใน Lazada และ Shopee

สำหรับครั้งหน้าทีม Sanook Hitech จะรวม Gadget อะไรมาฝากกันอีกต้องรอติดตามกันต่อไปในครั้งหน้าครับ

คุณกำลังดู: รวมมือถืองบ 9,000-15,000 บาท ที่น่าใช้งานประจำเดือน เมษายน 2022

หมวดหมู่: เทคโนโลยีใหม่

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด