สถิติและปัจจัยสำคัญก้าวสู่ดาวซัลโวศึกฟุตบอลโลก

สถิติและปัจจัยสำคัญก้าวสู่ดาวซัลโวศึกฟุตบอลโลก

สถิติและปัจจัยสำคัญก้าวสู่ดาวซัลโวศึกฟุตบอลโลก

สำหรับฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ นอกจากการลุ้นแชมป์แล้ว ดาวยิงสูงสุดก็เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจ เพราะการเป็นดาวซัลโวก็จะถูกบันทึกและจดจำตลอดไป

ในฟุตบอลโลกตลอด 21 ครั้งที่ผ่านมา มีนักเตะ 30 คนที่ถูกบันทึกว่าเป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ นับตั้งแต่ กิเยร์โม่ สตาบิเล่ ดาวยิงอาร์เจนตินา คือ คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุด ที่ 8 ประตู ในฟุตบอลโลก 1930 ที่อุรุกวัยเป็นเจ้าภาพ มาจนถึงคนล่าสุด คือ แฮร์รี่ เคน ในฟุตบอลโลก 2018 ยิงไป 6 ประตู

สำหรับนักเตะที่ยิงประตูได้มากที่สุดใน 1 ทัวร์นาเมนต์ ยังคงเป็นของ ฌุสต์ ฟองแต็น กองหน้าฝรั่งเศส ที่กดไปคนเดียว 13 ประตู จาก 6 เกม ในฟุตบอลโลก 1958 ในทางกลับกันดาวซัลโวที่ยิงน้อยที่สุด คือ 6 นักเตะ ในฟุตบอลโลก 1962 ที่ยิงคนละ 4 ประตู การ์รินชา(บราซิล) วาว่า(บราซิล) เลโอเนล ซานเชซ(ชิลี) ฟลอเรียน อัลเบิร์ต(ฮังการี) วาเลนติน อิวานอฟ(สหภาพโซเวียต) ดราซาน เยอร์โควิช(ยูโกสลาเวีย)

มีประเด็นน่าสนใจว่า อายุเฉลี่ยของนักเตะที่เป็นดาวซัลโวฟุตบอลโลก อยู่ที่ 24.8 ปีเท่านั้น นักเตะอายุเกิน 30 ปี แทบไม่เคยมีใครทำได้ มีเพียง ดาวอร์ ซูเคอร์ กองหน้าโครเอเชียคนเดียวที่เคยทำได้ ในวัย 30 ปี 5 เดือน ในวันที่ยิง 6 ประตู ในฟร้องซ์’98 ถือว่าเป็นดาววัลโวที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์เวิลด์คัพ

ดาวยิงสูงสุดอายุน้อยที่สุด คือ ฟลอเรียน อัลเบิร์ต นักเตะฮังการี ยิง 4 ประตู ในเวิลด์คัพ 1962 ด้วยอายุ 20 ปี 8 เดือน 15 วัน ขณะที่ โธมัส มุลเลอร์ นักเตะเยอรมนี เคยเป็นดาวซัลโวในฟุตบอลโลก 2010 อายุมากกว่าอัลเบิร์ตเพียง 14 วันเท่านั้น ซึ่งในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ มุลเลอร์ก็มาแข่งขันและมีลุ้นเป็นนักเตะคนแรกที่เป็นดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2 สมัย ร่วมกับแฮร์รี่ เคน

บราซิลเป็นชาติที่มีดาวซัลโวในฟุตบอลโลกมากที่สุด 5 คน เลโอนิดาส(1938 – 7ประตู) อาเดเมียร์(1950 – 9ประตู) การ์รินชา, วาว่า(1962 – 4 ประตู) โรนัลโด้(2002 – 8 ประตู) รองลงมาเป็นเยอรมนี 3 คน แกร์ด มุลเลอร์(1970 – 10 ประตู) มิโรสลาฟ โคลเซ่(2006 – 5 ประตู) โธมัส มุลเลอร์(2010 – 5ประตู)

ประสบการณ์ในทีมชาติเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการก้าวมาเป็นดาวซัลโว ค่าเฉลี่ยของนักเตะที่ลงเล่นให้ทีมชาติก่อนเป็นดาวซัลโวในเวิลด์คัพอยู่ที่ 22 นัด แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเล่นมากเท่านี้ถึงจะยิงมากที่สุดในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายได้

ซัลวาตอเร่ สคิลลาชี่ นักเตะอิตาลี ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 1990 ยิง 6 ประตู ก่อนหน้านั้นติดทีมชาติมาเพียงเกมเดียว ส่วนมุลเลอร์เป็นดาวซัลโว ในฟุตบอลโลก 2010 ก็เคยติดทีมชาติมาก่อนเพียง 2 นัดเท่านั้น
โรนัลโด้ ดาวยิงบราซิลเก็บประสบการณ์มากกว่าใคร ลงเล่นให้ทีมชาติไปแล้ว 57 เกม ก่อนจะเป็นดาวซัลโวในบอลโลก 2022 ในทวีปเอเชีย

ผลงานกับสโมสรก็เป็นส่วนสำคัญ เพราะมีสถิติระบุว่า ค่าเฉลี่ยประตูที่ยิงให้สโมสรในฤดูกาลก่อนหน้าจะเข้าสู่ฟุตบอลโลก นักเตะคนนั้นๆ ต้องยิงไม่ต่ำกว่า 18 ประตู นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1966 เป็นต้นมา ดาวซัลโวฟุตบอลโลก ยิงในลีกถึง 2 หลักได้กันเกือบทุกคน ยกเว้น เปาโล รอสซี่ นักเตะอิตาลี ดาวซัลโวปี 1982 ที่โดนแบนก่อนหน้านั้น 2 ปี แทบจะไม่ได้ลงสนาม กับโรนัลโด้ ที่เจออาการเจ็บรบกวน ลงสนามได้น้อยมากๆ แต่กลับมายิงจนคว้ารองเท้าทองคำ ในปี 2002 ได้

นอกจากนั้นนักเตะที่อยู่กับทีมที่จบท็อปโฟร์ ในลีกที่ค้าแข้งก่อนถึงทัวร์นาเมนต์มีโอกาสดีกว่าคนที่จบอันดับนอกท็อปโฟร์ในตารางลีก เพราะจากสถิติที่บันทึกไว้มีเพียง 2 คนเท่านั้น ที่จบนอกท็อปโฟร์แล้วเป็นดาวซัลโวได้

คงต้องลุ้นกันยาวๆ อีกเกือบเดือน กว่าจะได้คำตอบว่าใครจะเป็นดาวซัลโว ในเวิลด์คัพ 2022

คุณกำลังดู: สถิติและปัจจัยสำคัญก้าวสู่ดาวซัลโวศึกฟุตบอลโลก

หมวดหมู่: ฟุตบอลต่างประเทศ

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด