Suzuki Carry Motor Home 2022 ใหม่ ปล่อยโปรฯ ผ่อนเริ่มต้น 7,777 บาทต่อเดือน

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ หาม 'พงศ์พัฒน์ - โกวิทย์' พบแพทย์ หลังมีอาการเครียดความดันขึ้น ชี้ ทางเรือนจำไม่ได้ดูแลผู้ต้องหาเป็นพิเศษ ขณะที่ ศาลออกหมายจับ 'นพพร' เสี่ยหมื่นล้าน โยงคดี 'พงศ์พัฒน์'

Suzuki Carry Motor Home 2022 ใหม่ ปล่อยโปรฯ ผ่อนเริ่มต้น 7,777 บาทต่อเดือน

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ หาม 'พงศ์พัฒน์ - โกวิทย์' พบแพทย์ หลังมีอาการเครียดความดันขึ้น ชี้ ทางเรือนจำไม่ได้ดูแลผู้ต้องหาเป็นพิเศษ ขณะที่ ศาลออกหมายจับ 'นพพร' เสี่ยหมื่นล้าน โยงคดี 'พงศ์พัฒน์'

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้คุมตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้ต้องหาคดีผิดมาตรา 112 และเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ไปพบแพทย์เฉพาะทางที่ทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากทั้งสองคนมีอาคารเครียดและความดันสูง จึงจำเป็นต้องพบแพทย์ เพื่อรักษาอาการดังกล่าว ซึ่งแพทย์ได้ให้การรักษาและดูอาการทั้ง 2 อย่างใกล้ชิด หากอาการดีขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จะควบคุมตัวทั้งสองมาคุมขังที่เรือนจำเช่นเดิมตามกำหนดฝากขัง

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ กล่าวด้วยว่า ทางเรือนจำได้ปฏิบัติและดูแลผู้ต้องหาเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ตามปกติและยึดตามระเบียบของทางเรือนจำ ไม่ได้ปฏิบัติ หรือดูแลเป็นกรณีพิเศษ ส่วนการติดตั้งกล้องวงจรปิดดูพฤติกรรมของผู้ต้องหานั้น ก็เป็นระเบียบของทางเรือนจำที่ปฏิบัติอยู่แล้ว โดยภาพรวมขณะนี้ ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และผู้ต้องหาก็ให้ความร่วมมือกับทางเรือนจำเป็นอย่างดี

 

กรมศิลป์เผยวัตถุโบราณคดีพงศ์พัฒน์ปลอมกว่าครึ่ง

นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยถึงการตรวจพิสูจน์และคัดแยกวัตถุโบราณหรือศิลปวัตถุซึ่งเป็นของกลางที่ยึดได้จากการกระทำความผิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูง ว่า ของกลางทั้งหมด ทั้งโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีจำนวนกว่า 90 ชิ้น โดยได้เน้นตรวจโบราณวัตถุที่ทำจากหิน และสถาปัตยกรรมโบราณ เช่น รูปปั้นแกะสลักโบราณ ทับหลังพระนารายณ์ จากประเทศ กัมพูชา ลาว พม่า ซึ่งถ้าพบว่าเป็นโบราณวัตถุของจริง จะต้องให้ผู้ครอบครองนั้นเข้ามาชี้แจ้งที่มาว่าได้มาในลักษณะใด  

อย่างไรก็ตาม ของกลางที่ตรวจพบว่ามีการลักลอบนำเข้ามานั้นจะมีความผิดตามกฎหมายของกรมศุลกากร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง  

นอกจากนี้ ยังตรวจพบของกลางที่เป็นการทำลอกเลียนแบบขึ้นมาจำนวนมากกว่าครึ่งของของกลางทั้งหมด ซี่งเจ้าหน้าที่จะได้มีการส่งคืนให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี ส่วนเครื่องใช้สังคโลกนั้นยังไม่มีการตรวจพิสูจน์เนื่องจากมีเป็นจำนวนมาก คาดว่าจะเป็นวัตถุจากสมัยสุโขทัย ล้านนา

โดยหลังจากนี้ทางกรมศิลปากรจะมีการตั้งคณะกรรมการประชุมเพื่อประเมินราคาของที่ตรวจพบว่ามีค่ามูลค่ามากน้อยเพียงใด คาดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือน

 

ผบช.น.แถลงจับอีก2ผู้ต้องหาเอี่ยวพงศ์พัฒน์

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ แถลงผลการจับกุม นายวชิร ทองสุข อายุ 44 ปี และ นายสิทธิ์ทัศน์ เหล่าวานิชธนาภา อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพฯ ข้อหาร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณชน อันเป็นข่าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่น ให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร พร้อมของกลางที่ใช้ก่อเหตุหลายรายการ อาทิ เครื่องถ่ายเอกสาร ปากกาเมจิกสีดำ เครื่องปริ้นเตอร์ รถยนต์ทะเบียน 1 กม-200 กทม. และรถจักรยานยนต์ ทะเบียน กมร-5 นครปฐม เป็นต้น

โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 มีพฤติกรรม ร่วมกันนำใบปลิวที่มีเนื้อหาข้อความต่อต้านรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาโปรยบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยใช้รถจักรยานยนต์คนดังกล่าวก่อเหตุ เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 05.00 น.

ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่า มีความอึดอัดใจในเรื่องของการเมืองในปัจจุบัน ต้องการจะแสดงออก ร่วมทั้งยืนยันไม่มีใครสั่งการ และหลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สน.สำราษราษฎร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


 

ออกหมายจับนพพรเสี่ยหมื่นล.โยงคดีพงศ์พัฒน์

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีศาลอนุมัติออกหมายจับ นายนพพร ศุภพิพัฒน์ อายุ 43 ปี ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และข้อหาเป็นผู้ใช้จ้างวานและข้อหาอื่น ๆ ว่า จากการสอบสวนพบว่า นายนพพร เป็นลูกหนี้ของ นายบัณฑิต โชติวิทยะกุล นักธุรกิจจำนวนเงิน 120 ล้านบาท และได้มีการจ้างวานกลุ่มผู้ต้องหาที่ตำรวจจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้นำตัว นายบัณฑิต ไปข่มขู่ให้ นายบัณฑิต ลดหนี้จาก 120 ล้านบาท เหลือ 20 ล้านบาท แต่ นายบัณฑิต ไม่ยอมและได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ จากการตรวจสอบล่าสุดทราบมีข้อมูลว่า นายนพพร ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่ไม่ทราบว่าหลบหนีไปประเทศใด ส่วนเงินที่มีการทวงหนี้จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า เป็นเงินที่ นายบัณฑิต ลงทุนให้ นายนพพร ในการทำธุรกิจ แต่เมื่อถึงเวลาแล้วไม่ยอมชดใช้หนี้ ส่วนก่อนหน้านี้ นายนพพร จะก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับคนอื่นด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับ นายนพพร ถูกจัดให้เป็นเศรษฐีลำดับที่ 31 ของเมืองไทย ที่มีอายุน้อยที่สุด โดยทำธุรกิจด้านพลังงาน

  

ตร.คุม3ผู้ต้องหาเครือข่ายพงศ์พัฒน์ฝากขังค้านประกันตัว

พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. สำหรับกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายวิทยา เทศขุนทศ สิบเอก ณธกร ยาศรี และ สิบเอก ธีรพงศ์ ช่อจำ 3 ผู้ต้องหาเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด มาขออำนาจศาลทหารฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม - 13 ธันวาคม นี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น ล่าสุดทางพนักงานสอบสวนได้ค้านการประกันตัวของผู้ต้องหา ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อยู่ในระหว่างขั้นตอนของการสอบสวน โดยส่วนในเรื่องของรายละเอียดทั้งหมดยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากเรื่องทั้งหมดนั้น ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวน

 

พบรถเก๋งน้องชายเสี่ยโจ้จอดทิ้ง - เร่งสอบ

เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กง 576 หนองคาย ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยถูกจอดทิ้งไว้หน้าร้านข้าวแกงน้องไอซ์ เลขที่ 76/51 ถนนกาญจนวณิชย์ หมู่ 2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ห่างจากสำนักงานด่านศุลกากรสะเดา ประมาณ 100 เมตร

จากการตรวจสอบผู้ครอบครองรถ ชื่อ นายวรากร เจียรเสริมสิน น้องชายของ นายสหชัย  เจียรเสริมสิน หรือ เสี่ยโจ้ ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินและลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนค่าหัว 1 ล้านบาท ที่กำลังหลบหนีคดี และเป็นนายทุนใหญ่ค้าน้ำมันเถื่อนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกระบุว่าจ่ายส่วยให้กับเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชากาตำรวจสอบสวนกลาง

โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และเจ้าหน้าที่ข่าวกรองชายแดนไทย-มาเลเซีย ได้เข้าตรวจสอบรถเก๋งคันนี้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนีของเสี่ยโจ้หรือไม่ แต่ทราบจากตำรวจ สภ.สะเดา ว่า ได้มีหญิงสาวซึ่งทราบว่าเป็นภรรยาของน้องชายเสี่ยโจ้ ได้เข้าแจ้งความว่ารถเสีย เจ้าหน้าที่จึงยังไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือยึดรถคันนี้ได้ และจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้รายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

 

ตร.จ่อออกหมายจับเพิ่มอีก1เครือข่าย'พงศ์พัฒน์'

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกรณีการจับกุมบุคคลในเครือข่ายของอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 1 ราย ซึ่งเป็นบุคคลที่จ้างวานทวงหนี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อว่าเป็นใคร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของ สน.พระโขนง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนและกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อทำสำนวน หากสำนวนคดีแล้วเสร็จ จะรวบรวมส่งให้กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณา เพื่อสั่งฟ้องต่อไป

เบื้องต้น คาดว่าสำนวนคดีจะแล้วเสร็จภายในเดือนนี้อย่างแน่นอน ด้านการนำสำนวนคดีดังกล่าว ไปรวมกับสำนวนคดีก่อนหน้านี้นั้น ขึ้นอยู่กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ


คุณกำลังดู: Suzuki Carry Motor Home 2022 ใหม่ ปล่อยโปรฯ ผ่อนเริ่มต้น 7,777 บาทต่อเดือน

หมวดหมู่: ความบันเทิง

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด