"โต๋" เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต พร้อมจับมือ "จี๊บ" ปั้นคอนเทนต์ ผลักดันศิลปิน

"โต๋" เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต พร้อมจับมือ "จี๊บ" ปั้นคอนเทนต์ ผลักดันศิลปิน

ยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของชีวิตศิลปินนักร้องนักเปียโน “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” ที่โลดแล่นในวงการเพลงมานาน ล่าสุดเขยิบสู่ก้าวใหม่ จับมือ “จี๊บ-เทพอาจ กวินอนันต์” ซีอีโอ LOVEiS Entertainment เปิดบริษัทใหม่ร่วมกันในชื่อบริษัท ทรู โทน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (TRUETONE) หวังปั้นและสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆป้อนลงให้แฟนๆได้ชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และผลักดันคอนเทนต์สร้างธุรกิจบันเทิง ซึ่งที่ผ่านมา จี๊บ ให้โอกาสผลักดันศิลปินรุ่นใหม่ทำเอาค่าย “เลิฟอิส” ฮอตมาแรงน่าจับตา

เลยต้องชวนคุยการร่วมงานของทั้งคู่เริ่มจาก

จี๊บ “ผมรู้จักโต๋มาสิบปีได้ คุยกันมาตลอดว่ามีโอกาสก็อยากมาร่วมงานกัน จนเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมามีโอกาสคุยกันจริงจังว่าเรามีมิติไหนบ้างที่เราและโต๋อยากทำเลยให้โต๋มาช่วย”

โต๋ “เราโตมาเป็นศิลปินมาตลอด มีมายด์เซตแบบศิลปิน ผมว่ามันเป็น turning point จุดเปลี่ยนของชีวิตผม มันจะมีช่วงเวลาที่เราคิดว่าเราจะเอายังไงต่อ มันเคยเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และมีช่วง 2-3 ปีที่แล้วก็เกิดขึ้นอีก ผมก็เตะบอลกับพี่จี๊บและคุยกันมาตลอด ซึ่งพี่จี๊บเป็นคนแรกที่บอกว่าโต๋ขึ้นมาเป็นผู้บริหารได้แล้ว เราโตแล้ว จากเมื่อก่อนเราเป็นแค่ศิลปิน คิดในมุมจะไปเล่นงานไหน ตอนนี้ต้องเป็นคนจัดการสร้างคนรุ่นใหม่ๆ ตรงกับจังหวะชีวิตที่เราคิดว่าจะไปต่อยังไงดี”

จี๊บเห็นอะไรในตัวโต๋?

จี๊บ “เค้ามีแอตติจูด ครีเอทิวิตี้และประสบการณ์ จริงๆผมแค่ช่วยอยู่ข้างหลังเพราะมั่นใจว่าด้านหน้าเค้ารับมือได้หมดแง่บริหารก็จะคุยกันบ้าง”

โต๋ “ก็เลยเป็นรูปเป็นร่างเป็นทรูโทน เราวางแพลนว่าเราอยากผลักดันเด็กรุ่นใหม่ๆมันเหมือนว่าเรามีครีเอทิวิตี้ แต่เราไม่มีทีม มีทุน เรารู้จักแต่ศิลปินอย่างเดียว 6 เดือนที่ผ่านมาชีวิตผมเปลี่ยนเยอะเลย ผมได้คุยกับคนที่ทำด้านต่างๆ เหมือนคิดอะไรในหัวแล้วมีคนพร้อมที่จะทำ เรียกว่าเป็นก้าวใหม่ของชีวิตโต๋ต่อจากการแต่งงาน แต่ผมก็ยังรักการเป็นศิลปินนะครับ”

ทรูโทนจะสร้างอะไรให้เห็น?

โต๋ “เราไม่ใช่ค่ายเพลง ค่ายเพลงคือส่วนนึงของภาพใหญ่ที่เราคุยกัน สิ่งแรกที่คุยคือเราอยากทำแพลตฟอร์มขึ้นมาเพราะผมรู้สึกว่าสมัยนี้แพลตฟอร์มมันสำคัญ เพลงอย่างเดียวไม่สามารถไปทุกแพลตฟอร์มได้ เราต้องผลักดันทั้งศิลปินในค่าย ศิลปินหน้าใหม่ และศิลปินที่เคยชื่นชอบให้เค้าไม่หายไปไหน คำถามคือแพลตฟอร์มอะไรที่มันเป็นเอกลักษณ์ของเรา ก็เลยกลายเป็น Piano&i เล่นกับเปียโนอย่างเดียว ส่วนปีหน้าก็จะมีรายการอื่นๆที่จะผลักดันเด็กรุ่นใหม่ๆต่อยอดไปถึงที่เราจะทำมิวสิกแคมป์และเอดูเคชันและ Loveis Worldwide ซึ่งเราจะมีพาร์ตเนอร์ระดับต่างประเทศ เร็วๆนี้จะได้เริ่มเห็นเด็กไทยไปเวทีต่างประเทศ การได้ทำงานกับเด็กๆเราก็ตื่นเต้นมีไฟกับเค้าไปด้วยเหมือนตัวเองในสมัยก่อนเอาประสบ การณ์ที่เคยมีและเติมอะไร การที่ผมได้มาทำตรงนี้ อยู่ดีๆเหมือนพี่คนนึงเค้ามีบ้านมีห้องนั่งเล่นเยอะแยะแล้วเค้าเชิญเราว่าอยากเล่นอะไรในบ้าน อยากทำอะไรทำเลย ผมคิดอะไรออกทำแมตช์กันสนุก”

เด็กๆแบบไหนที่จะมีอนาคตไกล?

จี๊บ “สิ่งที่สำคัญคือแอตติจูด อาจจะเก่งน้อยหน่อยแต่แอดติจูดดีก็ไปต่อได้ อย่างน้องๆในค่าย เราดูแลพูดคุยกันตลอดว่าชีวิตเป็นยังไงกันบ้าง คุยกับครอบครัว การเรียน แพลนชีวิต การบริหารจัดการการเงินแพลนชีวิต รวมไปถึงสุขภาพจิตกับการมาอยู่ตรงนี้ การรับมือกับโซเชียลทัศนคติที่มองต้องเป็นยังไง เรามีจิตแพทย์รับฟังให้คำแนะนำ เวลาบวกก็มีแง่ที่ต้องสอนขึ้นยังไงแล้วเป็นตัวตนเดิมยิ่งสูงยิ่งต้องก้ม หรือตกแล้วเจ็บได้เสียใจได้และกลับมาได้ยังไง แต่ละคนก็ไม่เหมือนกันมันเป็นศิลปะมากๆ”

โต๋ “ผมว่าเด็กๆ เหล่านี้โชคดี การเป็นศิลปินเป็นพาร์ตนึงของชีวิตต้องมีคนคอยไกด์ ผมโชคดีที่มีคุณพ่อเป็นที่ปรึกษา ผมเลยเข้าใจว่าทำไมทุกคนเรียกพี่จี๊บว่าพ่อเพราะดูแลศิลปินอย่างดี”

สำหรับโต๋ จี๊บก็เป็นผู้ที่คอยให้คำแนะนำ?

“พี่จี๊บเคยบอกก่อนหน้าจะมีเรื่องไม่นานว่าอะไรที่จับต้องไม่ได้พี่ไม่เคยยุ่ง ให้ซื้อคอนโด ซื้อบ้าน หรืออะไรที่จับต้องได้ ผมเรียนรู้แล้วครับ (ยิ้ม) วันนั้นที่ต้องออกมาพูดเรื่อง FOREX 3D ในงานแถลงข่าว พี่จี๊บเป็นคนแรกที่โทร.หาผม พอผมกลับบ้าน พ่อแม่ ไบรท์ ทุกคนประทับใจพี่จี๊บว่ายืนอยู่กับผม พี่จี๊บบอกไม่เห็นเป็นไร นั่นคือวันที่ผมรู้สึกว่าประทับใจมาก เราเลยรู้สึกว่านอกจากมีคนผลักดันเราให้ลุย ยังมีคนที่ถ้าเกิดอะไรขึ้นเป็นที่ปรึกษาให้เรา”

ก่อนหน้านี้ให้โอกาสศิลปินตอนนี้ให้โอกาสคนบริหาร?

จี๊บ “ผมคิดเสมอว่าผมทำเองไม่ได้ การบริหารจัดการเราทำได้แต่ในแง่การพัฒนาเราทำไม่ได้มันต้องช่วยกัน เอาคนมาช่วยทำพาจูงมือกันไปหมดคือการทำอย่างสมบูรณ์ แล้วส่วนทำแล้วจะไปได้หรือไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่องนึงแต่เราก็ทำเต็มที่”

ต้องศึกษาปรับตัวกับโลกของศิลปินยุคนี้ยังไง?

โต๋ “พี่จี๊บเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเราทำงานกับเด็ก เราจะไปรู้ดีกว่าเด็กได้ยังไง เราก็ต้องฟังเค้า เราไม่เคยได้ยินคำนี้จากคนรุ่นใหญ่ เราเอาเจนเค้าเป็นที่ตั้ง ช่วยอะไรเค้าได้บ้างโดยที่ไม่ไปครอบเค้า”

จี๊บ “สำหรับผมฟังเค้าแล้วต้องเข้าใจ และ respect พวกเค้า จริงๆในค่ายคอนเซปต์เราชัดนะ 50% เราคือแฟมิลี่ อีก 50% เราโปรเฟสชันนอล ใครมาแล้วไปต่อไม่ได้เวลามันก็กลั่นกรองเอง หลังบ้านเรารักกันแต่เวลาทำงานเราก็ทำนะ ดุว่าได้ครับ”.

คุณกำลังดู: "โต๋" เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต พร้อมจับมือ "จี๊บ" ปั้นคอนเทนต์ ผลักดันศิลปิน

หมวดหมู่: ความบันเทิง

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด