วิเคราะห์เหตุปัจจัยทีมใหญ่ประเดิมพ่าย และความหวัง (ริบหรี่) ในบอลโลก

วิเคราะห์เหตุปัจจัยทีมใหญ่ประเดิมพ่าย และความหวัง (ริบหรี่) ในบอลโลก

วิเคราะห์เหตุปัจจัยทีมใหญ่ประเดิมพ่าย และความหวัง (ริบหรี่) ในบอลโลก

กลายเป็นการพลิกล็อกแบบรายวันสำหรับศึก ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ หลังจาก เยอรมนี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย หนึ่งในทีมเต็งของทัวร์นาเมนต์ พ่ายให้ ญี่ปุ่น 1-2 ในนัดเปิดสนามกลุ่มอี เพียง 1 วันหลังแมตช์ช็อกโลก อาร์เจนตินา ปราชัยให้ ซาอุดีอาระเบีย ด้วยสกอร์เดียวกัน

REUTERS/Annegret Hilse

สำหรับฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่าง กีเยม บาลาเก้ กูรูลูกหนังสเปนของ บีบีซี วิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า การที่เวิลด์คัพหนนี้มาเตะกันช่วงกลางฤดูกาลอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผลแข่งพลิกโผจากปกติได้ง่าย เนื่องจากสภาพร่างกายนักเตะหลายคนและหลายทีมยังไม่กรอบจากการกรำศึกหนักตลอดซีซั่นเหมือนกับทุกที ยิ่งเป็นบอลทัวร์นาเมนต์ โค้ชหลายทีมย่อมเน้นให้ลูกทีมเล่นเกมรับอย่างมีวินัย เพราะถ้ายันไม่ให้เสียประตูได้ อย่างน้อยก็จะไม่แพ้ แล้วจึงไปตัดสินที่ความต่างเล็กๆ น้อยๆ ในเกม

ขณะที่ นิวยอร์ก ไทม์ส วิเคราะห์ว่า ปกติแล้ว ก่อนทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ ทีมชาติแต่ละทีมจะมีเวลาเข้าแคมป์เก็บตัวหลังจบฤดูกาลประมาณ 3 สัปดาห์ ให้นักเตะที่กระจัดกระจายไปตามสโมสรต่างๆ ทั่วยุโรปหรือทั่วโลกได้ปรับตัวเข้าหากัน ปรับตัวเข้ากับแผนการเล่นของกุนซือทีมชาติ เพื่อให้เล่นกันอย่างเป็นระบบและเข้าขา

แต่บอลโลกหนนี้พิเศษกว่าทุกที นักเตะมีเวลาเพียงไม่กี่วันในการรวมตัวทีมชาติ ยิ่งถ้าผู้เล่นคนไหนสังกัดทีมใหญ่ในลีกใหญ่ ยิ่งต้องลงสนามแบบที่ยิบ นอกจากร่างกายจะล้าแล้ว ยังมีเวลาปรับตัวเข้าหากันไม่มาก ขณะที่ทีมจากชาติเล็กๆ นักเตะส่วนใหญ่เล่นในลีกในประเทศอยู่กับทีมสองทีมหลักๆ จึงน่าจะเข้าขากันมากกว่า

นัดเปิดสนามสำหรับทีมใหญ่ๆ หลายทีมจึงเป็นการปรับตัวทั้งเรื่องความฟิตและจังหวะเกม ใครที่ทำได้ดีกว่า พร้อมกว่า ก็สามารถเก็บชัยชนะหรือเอาตัวรอดจากการพลิกล็อกได้ เหมือนกับที่ อังกฤษ ถล่ม อิหร่าน 6-2, ฝรั่งเศส แซงชนะ ออสเตรเลีย 4-1 และ สเปน เชือด คอสตาริกา 7-0

REUTERS/Annegret Hilse

สำหรับความพ่ายแพ้ของอินทรีเหล็กนั้น เรื่องระดับความเซอร์ไพรส์ ถือว่าไม่หนักเท่าฟ้า-ขาว แต่ความที่เยอรมนีอยู่ในกลุ่มเดียวกับอีกหนึ่งตัวเต็งอย่างสเปน ทำให้สถานการณ์การลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์หนักหนาสาหัสกว่า

อ็อปต้า บริษัทเก็บสถิติและวิเคราะห์ข้อมูลในวงการลูกหนังโลกวิเคราะห์ว่า อินทรีเหล็กมีโอกาสผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เพียง 37 เปอร์เซ็นต์ หลังจากทำ 3 แต้มหลุดมือในนัดแรก

แต่ถ้าพยายามคิดบวก ในอดีตก็มีทีมใหญ่ออกสตาร์ตได้อย่างน่าผิดหวัง ก่อนประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา เช่น อิตาลี กับแชมป์โลกปี 1982 หลังจากเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ไม่ชนะแม้แต่เกมเดียวในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็ยังก้าวไปเป็นแชมป์โลกได้ โดยในรอบแรก อัซซูรี่เสมอ 3 นัดรวดกับโปแลนด์ เปรู และแคเมอรูน ก่อนเข้ารอบเพราะแคเมอรูนยิงได้น้อยกว่า แต่สุดท้ายก็กรุยทางสู่นัดชิงจนเอาชนะเยอรมนีตะวันตก 3-1

หรืออย่างสิงโตคำราม ตอนเป็นเจ้าภาพเวิลด์คัพปี 1966 ก็เริ่มต้นด้วยการเสมออุรุกวัย แต่สุดท้ายก็ก้าวไปชูถ้วยแชมป์

Reuters/Carl Recine/File Photo

ขณะที่กระทิงดุเป็นทีมแรกและทีมเดียวในประวัติศาสตร์ที่เปิดสนามด้วยการปราชัย แต่ก็ยังพลิกสถานการณ์คว้าแชมป์โลกมาครองได้ ในการแข่งขันเมื่อปี 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้

ตอนนั้นสเปนอยู่ในช่วงพีคสุดสุดหลังคว้าแชมป์ยูโรปี 2008 จนใครๆ ก็ยกให้เป็นเต็งแชมป์ แต่เกิดเหตุการณ์ช็อตฟีลเมื่อพวกเขาเปิดสนามด้วยการพ่ายให้สวิตเซอร์แลนด์ 0-1 จนเกิดคำถามมากมาย

แต่หลังจากนั้นทีมแดนกระทิงก็ตั้งหลักได้ด้วยการเอาชนะฮอนดูรัสกับชิลี ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม ก่อนปราบโปรตุเกส ปารากวัย เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้ายถึงรอบชิงชนะเลิศ ด้วยสกอร์ 1-0 เหมือนกันหมด เรียกว่าลุ้นระทึกกันทั้งทัวร์นาเมนต์แต่ก็จบลงพร้อมรอยยิ้ม

เป็นตัวอย่างดีๆ ที่คงพอทำให้แฟนบอลฟ้า-ขาวกับอินทรีเหล็กมีความหวังอยู่บ้าง

REUTERS/Hannah Mckay

คุณกำลังดู: วิเคราะห์เหตุปัจจัยทีมใหญ่ประเดิมพ่าย และความหวัง (ริบหรี่) ในบอลโลก

หมวดหมู่: ฟุตบอลต่างประเทศ

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด