แอลพีจีเอทัวร์ ฉลองความสำเร็จปี 2022 มองการเติบโตเพิ่มขึ้นฤดูกาลหน้า

แอลพีจีเอทัวร์ ฉลองความสำเร็จปี 2022 มองการเติบโตเพิ่มขึ้นฤดูกาลหน้า

แอลพีจีเอทัวร์ ฉลองความสำเร็จปี 2022 มองการเติบโตเพิ่มขึ้นฤดูกาลหน้า

แอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2022 ปิดฉากลงแล้วฉลองความสำเร็จในทัวร์ ด้วยการมีแชมป์แรกในอาชีพตัวเอง 11 คน รวมถึง ลีเดีย โค โปรสาวจากนิวซีแลนด์ ที่สามารถคว้าแชมป์ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ และคว้าเงินรางวัล 2 ล้านเป็นรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์กอล์ฟหญิง พร้อมกับควบรางวัลใหญ่นักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี รางวัลสกอร์เฉลี่ยต่ำสุด และเงินรางวัลรวมสูงสุด ขณะที่ “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล อยู่ในไฮไลต์ของทัวร์ คว้าแชมป์ 2 รายการ รวมทั้งการครองมือ 1 ของโลก รางวัลรุกกี้แห่งปี ขณะที่แอลพีเอ กำลังมองถึงการเติบโตของทัวร์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมในฤดูกาล 2023

การแข่งขัน แอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2022 จบลงอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่ง ลีเดีย โค โปรสาวจากนิวซีแลนด์ คว้าแชมป์ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ พร้อมกับเงินรางวัล 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นเงินรางวัลแชมป์ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์กอล์ฟสตรี นอกจากนี้ เธอยังคว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีเป็นสมัยที่ 2 กลายเป็นนักกอล์ฟคนที่ 15 ที่คว้ารางวัลนี้อย่างน้อย 2 สมัย และได้รับรางวัลวาร์โทรฟี่ ในฐานะนักกอล์ฟทำสกอร์เฉลี่ยต่ำสุดแห่งปี ด้วยสกอร์เฉลี่ย 68.988 นับเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน และเธอเป็นนักกอล์ฟคนที่ 12 ในประวัติศาสตร์ทัวร์ที่คว้ารางวัลนี้ 2 สมัยติดต่อกัน และเป็นนักกอล์ฟคนที่ 15 ที่คว้ารางวัลนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง และสกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดอันดับ 2 ตามหลัง อันนิกา โซเรนสตัม จากสวีเดนเคยเอาไว้ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ที่ 68.70 ในปี 2002

โปรสาวเชื้อสายเกาหลีจากนิวซีแลนด์ ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับ ชอง จุน คู่หมั้นหนุ่มชาวเกาหลีลูกชายของรองประธานฮุนได คาร์ด บริษัทเครดิต คาร์ด สำคัญของเกาหลีใต้ในเดือนธันวาคมนี้ กล่าวว่า “ปีนี้นับเป็นปีที่ยอดเยี่ยมมาก ฉันไม่เคยคิดว่าจะชนะมากอย่างนี้ และการไปคว้าแชมป์ในเกาหลีใต้ และมาคว้าแชมป์รายการสุดท้ายแห่งปีอีก ไม่คิดว่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้อีกแล้ว มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ตื่นเต้นในชีวิตฉัน และกำลังจะเกิดขึ้น นี่คือแชมป์รายการสุดท้ายที่ฉันทำได้ในฐานะสาวโสด ดังนั้นฉันจึงต้องการมอบสิ่งนี้ให้กับครอบครัว”

ลีเดีย โค

ขณะที่ “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล ในฤดูกาล 2022 คว้ารางวัลนักกอล์ฟรุกกี้แห่งปี (นักกอล์ฟไทยคนที่ 3 ที่คว้ารางวัลนี้ต่อจาก โมรียา จุฑานุกาล ปี 2013 และ ปภังกร ธวัชธนกิจ ปี 2021) ในงานประกาศรางวัลที่ริทซ์-คาร์ลทัน เนเพิลส์ รัฐฟลอริดา ในวันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน วันแรกของการแข่งขันซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ เธอสร้างผลงานยอดเยี่ยมคว้าแชมป์ 2 รายการ ในรายการจีทีบีซี คลาสสิก และวอลมาร์ท เอ็นดับเบิลยู อาร์คันซอ แชมเปี้ยนชิพ และเธอก้าวขึ้นครองมือ 1 ของโลกเป็นเวลา 2 สัปดาห์ อาฒยา เทิร์นโปรเมื่อปี 2020 หลังจากที่เคยสร้างผลงานดีเยี่ยมเมื่อครั้งเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น คว้าแชมป์รายการเลดี้ส์ ยูโรเปี้ยน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่ประเทศไทยเมื่อปี 2017 กลายเป็นนนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดที่คว้าแชมป์ในรายกอล์ฟอาชีพทัวร์เมเจอร์ด้วยวัย 14 ปี 4 เดือน 19 วัน

ก่อนที่ อาฒยา จะร่วมแอลพีจีเอ ทัวร์ เธอเล่นในเลดี้ส์ ยูโรเปี้ยน ทัวร์ คว้าแชมป์ 2 รายการ ในปี 2021 และก้าวไปคว้ารางวัลมือ 1 ของทัวร์ (Race to Costa del Sol) รุกกี้แห่งปี และนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย

อาฒยา ได้กล่าวในงานรับรับรางวัลว่า “มันเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับรางวัลรุกกี้แห่งปี จีนเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่เคยฝันอยากจะเข้าร่วมแข่งขันในแอลพีจีเอ ทัวร์ แต่การได้ขึ้นมายืนบนนี้ต่อหน้าท่านทั้งหลายเป็นเหมือนฝันที่เป็นจริง”

อาฒยา ฐิติกุล

ด้าน อี มินจี โปรสาวเชื้อสายเกาหลีจากออสเตรเลียสร้างผลงานคว้าแชมป์ 2 รายการ รวมทั้งรายการเมเจอร์ ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น และยังมีรางวัล Aon Risk Reward Challenge ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับนักกอล์ฟที่ทำคะแนนรวมดีที่สุดในแต่ละหลุมที่กำหนดแต่ละรายการฤดูกาลปกติซึ่งเธอรับเงินรางวัลโบนัสไป 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งรางวัลโรเล็กซ์ อันนิกา เมเจอร์ อวอร์ด ในฐานะนักกอล์ฟทำผลงานดีที่สุดในเมเจอร์ นอกจากแชมป์ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น แล้วยังจบอันดับ 2 ร่วมเคพีเอ็มจี วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 12 รายการเชฟรอน แชมเปี้ยนชิพ

อี มินจี

ส่วน อลิซาเบธ นาเกิล โปรสาวชาวอเมริกันได้รับรางวัล Heather Farr Perseverance Award ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับนักกอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ ที่ต้องต่อสู้ทำงานอย่างหนัก ทุ่มเท และรักในเกมกอล์ฟมุ่งมั่นสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้ เพราะเธอต้องต่อสู้กับการผ่าตัดมะเร็งไทรอยด์ กลับมาใช้ชีวิตโดยไม่มีต่อมไทรอยด์ รางวัลนี้ตั้งเป็นเกียรติแด่ ฮีทเธอร์ ฟาร์ ที่เป็นนักกอล์ฟสมาชิกแอลพีจีเอ ทัวร์ ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ปี 1993 หลังต่อสู่จากมะเร็งเต้านมมานาน 4 ปีครึ่ง

รางวัลนี้นักกอล์ฟที่เคยได้รับมาแล้วมี ฮีทเธอร์ ฟาร์, ลอรี เคน, แนนซี สแครนทัน, แบรนดี เบอร์ทัน, คริส เชทเตอร์, คิม วิลเลียมส์, เบธ เดเนียล, พัก เซ-รี, ลีตา ลินด์ลีย์, โซฟี กุสตาฟสัน, ลิซา เฟร์เรโร, สเตฟานี แมโดว์, เอรียา จุฑานุกาล, เจสซิกา คอร์ดา, ซูซานน์ เพตเตอร์เซน และ มาเดอเลียน ซักสตรอม

ชอน อิน-จี โปรสาวจากเกาหลีใต้ ได้รับรางวัล Founders Award จะมอบให้กับสมาชิกแอลพีจีเอ ที่มุ่งมั่นกับการเล่นให้ดีที่สุด มีสปิริต มีแนวคิด และคุณค่ากับแอลพีจีเอผ่านทางพฤติกรรม และการกระทำที่ออกมารางวัลนี้ตั้งมาตั้งแต่ปี 1986 ซึ่งนักกอล์ฟที่เคยได้รับมี แคธี วิทเวิร์ธ, แนนซี โลเปซ, แพท แบรดลีย์, เบทซี คิง, จูลี อิงค์สเตอร์, ลอเรนา โอโชอา, เชลลา ชเว, แคร์รี เว็บบ์, ยู โซ-ยอน, บรู๊ค เฮนเดอร์สัน และ ลีเดีย โค

ชอน อิน-จี

นอกจากนี้แล้ว มอลลี มาร์คูซ์ ซามานน์ ประธานบริหารแอลพีจีเอ เลือก ไมค์ คิง ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหารโวลันเทียร์ส ออฟ อเมริกา รับรางวัล Commissioner’s Award รางวัลนี้ประธานแอลพีจีเอมอบให้บุคคลหรือองค์กรที่ทุ่มเทกับการทำงานกับแอลพีจีเอ และสมาชิกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกอล์ฟสตรีโดยที่ผ่านมามีบุคคลที่เคยได้รับมี เจมี ฟาร์ จากเคพีเอ็มจี, โรเล็กซ์, เจ.เอ็ม. สมัคเกอร์ คอมพานี,กอล์ฟแชนแนล และจูดี้ แรนคิน

ขณะที่ แครอน เพรสซิงเกอร์ ได้รับรางวัลเอลเลน กริฟฟิน โรเล็กซ์ อวอร์ด ในฐานะโปรที่ทุ่มเทกับการสอนกอล์ฟให้กับนักเรียน ครูสอนกอล์ฟ และเกมกอล์ฟเหมือนที่กริฟฟินเคยทำมา

เมื่อฤดูกาล 2022 ผ่านไปแอลพีจีเอ ทัวร์ก็มองไปข้างหน้าถึงการเติบโตของฤดูกาล 2023 ซึ่งได้ประกาศโปรแกรมออกมาแล้วจะแข่งขันรายการทางการของทัวร์รวม 33 รายการมีเงินรางวัลรวม 104.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,680 ล้านบาท และยังมีรายการทีมอีก 2 รายการ ที่เป็นการแข่งขันในตาราง ได้แก่ การแข่งขันโซล ไฮม์ คัพ ระหว่างสหรัฐอเมริกากับทีมรวมยุโรป และการแข่งขันฮันฮวา ไลฟ์พลัส อินเตอร์เนชันแนล คราวน์ ทีม 4 คน รวม 8 ทีมระดับโลก ที่จะมาสร้างสีสันและความสนุกสนานของแอลพีจีเอ ทัวร์ ของปี 2023

มอลลี มาร์คูซ์ ซามานน์

คุณกำลังดู: แอลพีจีเอทัวร์ ฉลองความสำเร็จปี 2022 มองการเติบโตเพิ่มขึ้นฤดูกาลหน้า

หมวดหมู่: กีฬาอื่นๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด