“อีซึงกิ” เตรียมฟ้องค่าย หลังไม่เคยได้เงินจากค่าทำเพลงตลอด 18 ปี

อีซึงกิ เตรียมส่งทนายฟ้องต้นสังกัด หลังเรียกร้องหาหลักฐานแสดงรายได้ของเพลงกว่า 137 เพลง 27 อัลบั้ม ตลอด 18 ปีของการเป็นศิลปินของเขา

“อีซึงกิ” เตรียมฟ้องค่าย หลังไม่เคยได้เงินจากค่าทำเพลงตลอด 18 ปี

อีซึงกิ (Lee Seung Gi) นักร้อง-นักแสดงชื่อดังของเกาหลีใต้ เตรียมส่งทนายฟ้องต้นสังกัด Hook Entertainment หลังเรียกร้องหาหลักฐานแสดงรายได้ของเพลงกว่า 137 เพลง 27 อัลบั้ม ตลอด 18 ปีของการเป็นศิลปินของเขา

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. อีซึงกิ เผยว่า ได้ยื่นข้อเรียกร้องขอหลักฐานแสดงรายได้และรายจ่ายทั้งหมดจากการทำเพลงของเขาตลอดระยะเวลา 18 ปีในการเป็นศิลปินในค่ายเพลง Hook Entertainment หลังจากที่ Hook Entertainment ถูกตำรวจสอบสวนข้อหายักยอกและฉ้อโกงเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา

ทางด้าน Hook Entertainment ออกมาตอบโต้ว่า ทางต้นสังกัดรับทราบข้อเรียกร้องของอีซึงกิแล้ว ทางค่ายจะพยายามแก้ไขปัญหานี้ไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจผิด

อีซึงกิ (Lee Seung Gi)

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Dispatch ออกมาเปิดเผยว่า อีซึงกิ ไม่ได้รับเงินที่เป็นรายได้จากการทำเพลงให้กับ Hook Entertainment เลยสักวอนเดียวตลอดระยะเวลา 18 ปีในการเป็นศิลปิน ทั้งที่เป็นเจ้าของผลงานเพลงทั้งหมด 137 เพลงจาก 27 อัลบั้ม

อีซึงกิ มีชื่อเสียงในฐานะศิลปินตั้งแต่ปี 2004 ที่เขาเดบิวต์ เพลงของเขาถูกใช้เป็นเสียงเรียกเข้า และเสียงรอสายโทรศัพท์ และเพลง background ในเว็บไซต์โซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนั้นอย่าง Cyworld มากมาย ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2009 จนถึงเดือนกันยายน ปี 2022 รายได้จากเพลงของอีซึงกิมีมูลค่ามากถึง 9.6 พันล้านวอน หรือราวๆ 256 ล้านบาทเลยทีเดียว

ถึงกระนั้น ในหลักฐานแสดงรายได้จากเพลงของอีซึงกิที่ Dispatch ได้มา ในช่องที่แสดงรายได้ในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2004 ถึงเดือนสิงหาคม ปี 2009 หายไป จึงทำให้ไม่สามารถทราบตัวเลขรายได้ที่ชัดเจนในช่วงเวลานั้น ที่อีซึงกิมีเพลงดังที่เป็นที่รู้จักทั่วประเทศอย่าง "Because You're My Woman" และ "Delete" ที่ปล่อยมาในปี 2004 เพลง "Please" และ "Hard to Say" ที่ปล่อยในปี 2006 เพลง "I'll Give You All" และ "Let's Go on a Vacation" ที่ปล่อยปี 2007 และเพลง "Will You Marry Me" ที่ปล่อยในปี 2009

 

ตามข้อสัญญาที่อีซึงกิได้เซ็นไว้กับค่าย จริงๆ แล้วอีซึงกิต้องได้รับเงิน 60% จากยอดขายเพลงตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2016 (6.5 พันล้านวอน หรือกว่า 173 ล้านบาท) และเพิ่มเป็น 70% ในช่วงปี 2017-2022 (2.9 พันล้านวอน หรือกว่า 77 ล้านบาท) หมายความว่าจริงๆ แล้วเขาต้องทำเงินได้ 5.8 พันล้านวอน หรือเกือบ 155 ล้านบาท ยังไม่รวมรายได้ 5 ปีที่หายไปในหลักฐานแสดงรายได้ด้วย

นอกจากนี้ อีซึงกิ ยังมีข้อพิพาทกับซีอีโอของ Hook Entertainment หลังเขาทราบเรื่องจากผู้จัดการของเขาว่า ซีอีโอของ Hook แสดงอารมณ์โมโหหลังจากที่ฝ่ายเขาพยายามเรียกขอหลักฐานการรับรองด้านการจัดการสิทธิ์การใช้งานเพลงของเขาในคอนเทนต์ต่างๆ และทางซีอีโอยังบอกอีกว่า ตัวเขาเองขอเอาชื่อและชีวิตเป็นเดิมพันว่าจะขอฆ่าอีซึงกิแบบไม่ให้พลาดแน่นอน แต่จนแล้วจนรอดผ่านไปราวๆ 1 ปี เขาก็ยังไม่ได้ข้อสรุปจากค่ายต้นสังกัด ทางอีซึงกิจึงขอดำเนินเรื่องต่อผ่านกฎหมายและทนายส่วนตัวต่อไป

อีซึงกิ ระบุว่า “มันน่าเสียใจมากๆ ที่ผมผู้ทำงานอย่างหนักมาตลอด 37 ปีต้องมาถูกมองอย่างด้อยค่าและถูกด่าเหมือนเด็กมัธยมอายุ 18 ปี ต่อไปผมจะพูดผ่านตัวแทนฝ่ายกฎหมายของผมแทน ขอบคุณสำหรับความเข้าใจ และผู้จัดการคิมของผม รวมถึงผมด้วย ทำงานอย่างหนักเพื่อ Hook มาโดยตลอด ดังนั้นไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมที่จะกระทำสิ่งเหล่านั้นกับผู้จัดการคิม”

“ผม อีซึงกิ ครอบครัวของอีซึงกิ ผู้จัดการของอีซึงกิ และคนรู้จักของอีซึงกิ ทั้งหมดนี้ถูกเมินเฉยจากซีอีโอควอนจินยองมาโดยตลอด ผมต้องออกมาต่อสู้เพื่อไม่ให้บุคคลเหล่านี้ของผมถูกเมินเฉยอีกต่อไป ถ้าซีอีโอยังกล้าพูดจาหยาบคายหรือข่มขู่ผม นั่นอาจหมายความว่าผมอาจเป็นดาราไม่ได้แล้ว ก็ขอให้เป็นโชคชะตาของผมแต่เพียงผู้เดียว ผมไม่อยากให้เรื่องนี้มันแย่ไปกว่านี้ ต่อไปนี้กรุณาติดต่อหาผมผ่านทนายของผมด้วย”

อัลบั้มภาพ 48 ภาพ ของ “อีซึงกิ” เตรียมฟ้องค่าย หลังไม่เคยได้เงินจากค่าทำเพลงตลอด 18 ปี

คุณกำลังดู: “อีซึงกิ” เตรียมฟ้องค่าย หลังไม่เคยได้เงินจากค่าทำเพลงตลอด 18 ปี

หมวดหมู่: เพลง

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด