มือสองน่าสน- Mercedes-AMG C 43 Coupe 2 ล้านกลางกับคูเป้ยุโรปซิ่งปียังใหม่

อยากได้แบบขับมัน ต้องขยันดูแล สปอร์ตมือสองน่าสน- Mercedes-AMG C 43 Coupe แค่ 2 ล้านกลางก็แรดได้

มือสองน่าสน- Mercedes-AMG C 43 Coupe 2 ล้านกลางกับคูเป้ยุโรปซิ่งปียังใหม่

โอเค..คุณคือคนที่มีฐานะดีระดับหนึ่ง คุณต้องการรถติดโลโก้ที่แสดงออกถึงความรวยได้ระดับหนึ่ง และมันต้องเป็นรถสองประตู เพราะถ้าไม่นับรถประจำทางและรถเพื่อการพาณิชย์แล้ว เป็นที่รู้กันว่ารถสองประตูดึงดูดความสนใจเพศตรงข้ามได้ดีกว่ารถสี่ประตู หรือรถสเตชั่นแวก้อนที่คนเล่นรถด้วยกันยอมรับ แต่คนไม่เล่นรถจะมองว่าคุณคือคนที่แต่งงานเข้าระบอบภรรยาธิปไตยไปแล้ว และสำคัญที่สุด คุณต้องการความแรงแบบที่เหนือกว่าพาหนะประชากรทั่วไป ขอแนะนำให้ลองเมียงมองดูรถแรงจากค่ายตราดาวอย่าง Mercedes-AMG C 43 Coupe ดู อย่าไปแคร์ถ้าใครจะบอกว่าคุณบ้าวัตถุ ถ้าคนคนนั้นไม่ได้ออกเงินให้คุณซื้อ

ทำไม C 43 จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถแรงมือสอง? ก็ลองถามตัวเองดูว่า แค่คุณเอาคำว่า ยุโรป + 2 ประตู + หรู + ม้าเกิน 350 โดยไม่ต้องโมดิฟาย แล้วลองหาผลลัพธ์ในตลาดรถมือสองดูว่าแต่ละรุ่นที่เข้าข่ายนี้วางราคาไว้เท่าไร C 43 คือรถ 350 แรงม้าอัพที่ตอนเปิดตัวมาราคาทะลุ 4 ล้านบาททุกรุ่นย่อย โดยรุ่นนำเข้าลอตแรกๆ ปลายปี 2016 นั้น ปาเข้าไปถึง 5.19 ล้านบาท หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยรุ่นประกอบในประเทศปี 2018 ต้นปีที่ราคาลดลงเหลือ 4.14 ล้านบาท และปิดท้ายด้วยรุ่นไมเนอร์เชนจ์เปิดตัวปลายปีเดียวกันที่ราคา 4.22 ล้านบาท ถ้าคุณนับอายุจากรถลอตแรกๆ ก็จะเห็นได้ว่าเวลามันผ่านมา 6 ปี C 43 จำนวนไม่น้อยก็ไปวนเวียนอยู่ในตลาดรถมือสอง ณ วันนี้ คุณกำเงิน 2.5 ล้านบาท ก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ถ้ากำเงินมากกว่านั้นสักห้าแสน มีสิทธิ์ได้รถสภาพดี วิ่งไม่เยอะ หรือเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ที่มีพลังมากกว่า

แต่ก่อนจะซื้อ ถามตัวเองก่อนนะครับว่า อยากเล่นรถแรงจริงๆ หรือแค่อยากได้ภาพลักษณ์คูเป้พรีเมียม เพราะถึงแม้ราคาค่าตัวในตลาดมือสองเทียบปีใกล้เคียงกัน C 43 Coupe จะแพงกว่า C 250 Coupe แค่ราวห้าแสนบาท แต่คุณต้องเข้าใจด้วยว่า เบนซ์น่ะ บางคัน 2-3 ปีแรกก็มีเรื่องเข้าศูนย์กันแล้ว ยิ่งพอผ่านมา 6 ปี บางรายการอาจต้องเตรียมเงินซ่อมเอาไว้เยอะ และถ้าคุณเทียบกัน C 250 Coupe ที่เป็นรถขับหลัง เครื่องยนต์ 4 สูบบล็อกสหกรณ์ 200 กว่าม้า เจ้าของมีทั้งคนส้นเท้าหนักพอประมาณ และสาวน้อยวัยมหาวิทยาลัย ค่าซ่อมบำรุง จุดที่ต้องคอยเช็ก รวมถึงโอกาสได้รถไม่เยิน ก็มีมากกว่า C 43 ซึ่งคนซื้อ ซื้อเพราะต้องการความเร็ว ซื้อมาแต่งสารพัดแบบ และเป็นรถ 6 สูบเทอร์โบคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ถ้าไม่ได้อยากขี่รถแรงจริง การไปคบ C 250 ประหยัดเงินคุณในระยะยาวได้มากกว่า แน่นอนว่าตอนขายต่อมือสาม ก็เจ็บตัวน้อยกว่า

AMG C43 2017

AMG C43 Minor Change 2019

ถ้ามั่นใจแล้วว่าอยากจะเล่นรหัส 43 ทีนี้ คุณจะเล่นรุ่นไหนดี? จากประสบการณ์ที่ผมได้ลองขับมา ทั้งรถรุ่นแรก 367 แรงม้า และรถไมเนอร์เชนจ์ 390 แรงม้านั้น มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ไม่ใช่เพียงแค่แรงม้ากับการแต่งหน้าทาปาก ภายนอกจะต่างกัน กระจังหน้ารุ่นไมเนอร์เชนจ์จะเป็นแบบสปอร์ต ไม่เป็นลาย Diamond Grill แบบเดิม ล้อ 19 นิ้ว เปลี่ยนลายใหม่ให้ดูไฉไลขึ้น เปลี่ยนกันชน และลวดลายของไฟหน้า Multi-Beam LED ใหม่ ความซวยเล็กๆ ของ C 43 โฉมก่อนไมเนอร์เชนจ์คือ Mercedes เล่นเอาล้อของ C 43 โฉมนี้ ไปใส่ใน C 200 Coupe แล้วหาล้อลายใหม่มาใส่ใน C 43 ไมเนอร์เชนจ์ ดังนั้น ถ้าใครมองเผินๆ แล้วคิดว่าคุณขับ C 200 ก็อย่าไปว่าเขาเลย

รถรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ มาทำตลาดในยุคที่มัลติมีเดียกับลูกเล่นแพรวพราวในรถยนต์ยังไม่กระหน่ำหนัก เมื่อคุณเปิดประตูดูภายใน จะเห็นเบาะทรงสปอร์ตกับเข็มขัดแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา เบาะนั่งและคอพวงมาลัยจะเขยิบเปิดทางให้คุณขึ้นไปนั่งบนรถได้โดยง่าย ภายในแบบ C-Class ตัวถัง 205 รุ่นแรกๆ กล่าวคือ จอกลางยังมีขนาดเล็ก พวงมาลัยสามก้าน มีแต่ปุ่มแบบเก่า หน้าตายังไม่ใคร่ไฉไลสักเท่าไหร่ รถรุ่นนำเข้า จะได้พวงมาลัยหุ้มหนัง Alcantara อย่างดี แต่พอเป็นรถประกอบใน จะได้หนังแท้เจาะรูเฉยๆ แต่เพิ่มระบบความปลอดภัยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติมาให้ หน้าปัดยังเป็นแบบคลาสสิคคล้าย Hilux Revo GR ของทุกวันนี้ ด้วยรูปแบบพื้นดำ เข็มแดง เป็นมาตรวัดอนาล็อกแท้ๆ และสอดจอ Multi-Information Display ขนาดเล็กไว้ตรงกลาง

ส่วนรุ่นไมเนอร์เชนจ์นั้น มาในยุคที่เบนซ์เริ่มเข้าขั้นระเริงกับสีแสงภายในรถแล้ว เขาก็ยกใส่ไฟ Ambient Light 64 สีมาจนห้องโดยสารยามค่ำคืนดูอลังการ แล้วยังยกมาตรวัดแบบเดิมทิ้ง เปลี่ยนเป็นจอสีขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วที่สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลาย อยากได้รูปแบบคลาสสิคก็ได้ อยากได้แบบล้ำๆ ก็ได้ แล้วยังเปลี่ยนจอกลางให้มีขนาดโตเต็มพื้นที่ เปลี่ยนระบบมัลติมีเดียภายในรถ เปลี่ยนพวงมาลัยเป็นแบบสามก้านยุคใหม่ที่ยังดูใหม่แม้ในวันนี้ มีปุ่มทัชและสไลด์เพิ่มมาที่ก้านพวงมาลัย แต่ตัดช่องเสียบแผ่น CD ออกเพราะ CD เริ่มตกยุคแล้ว และที่น่าเสียดายคือวัสดุคาร์บอนเงาๆ ฉ่ำๆ ที่สวยงามตรงคอนโซลกลาง ถูกเปลี่ยนเป็นพลาสติกสีเงินที่ดูแล้วช่างไม่เข้ากับราคารถเสียเลย และระบบมัลติมีเดียที่รองรับ Apple CarPlay กับ Android Auto นั้น ในหลายครั้งพบว่าใช้กับระบบ Android ไม่ได้

แต่นอกเหนือจากนั้นไป ออปชันติดรถของ C 43 ทั้งสองรุ่น ก็คือสิ่งที่คุณคาดหวังจากรถยุโรปราคา 4 ล้าน เบาะหนังปรับไฟฟ้าพร้อมระบบความจำ เกือบทุกอย่างปรับด้วยไฟฟ้า มีกล้องรอบคัน มีหลังคากระจกพานอรามิก เครื่องเสียง Burmester ไฟหน้าแบบ Adaptive ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และระบบความปลอดภัยครบครันสำหรับรถยุโรป ณ ปีนั้น

ในด้านบุคลิกการขับขี่ แน่นอนว่า C 43 รุ่นไมเนอร์เชนจ์แรงกว่า ด้วยอานิสงส์จากการเปลี่ยนเทอร์โบคู่ให้มีโข่งไอเสียโตขึ้น แม้แรงบิด 520 นิวตันเมตรเท่าเดิม แต่ลากกำลังสู่เรดไลน์ได้ดีกว่า พลังจึงเพิ่งจาก 367 เป็น 390 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ดีขึ้นจาก 5.8 เป็น 5.4 วินาที และ 0-200 กม./ชม. จบภายใน 16.8 วินาที ไม่ใช่ว่ารุ่น 367 แรงม้าจะช้านะครับ ถ้าไม่ใช่ว่าคุณขับ BMW M2 หรือพวกรุ่นใหม่กว่าอย่าง M340i หรือรถที่แรงกว่า รถบนท้องถนนต่อให้เป็นตัวแสบๆ ก็ใช่ว่าจะเคี้ยวมันลง เสียงการทำงานของเครื่อง V6 ถูกปรุงแต่งให้ลั่นยามกระแทกคันเร่ง มีความเรียบเร้าใจอยู่กึ่งกลางระหว่างความห้าวของวัยรุ่นกับความสุขุมของผู้ใหญ่ทั้งคู่

ช่วงล่าง AMG Ride Control สามารถปรับความแข็ง/อ่อนได้ แต่ผมพบว่ารถรุ่น 367 แรงม้า เซ็ตช่วงล่างเดิมๆ มาได้เหมาะสมกับถนนเมืองไทยมากกว่า มันให้ความสบายอย่างสมเหตุผลในโหมด Comfort และมั่นใจเวลาซัดในโหมด Sport + ในขณะที่รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ดูเหมือนวิศวกรจะเซ็ตรถมาเพื่อการวิ่งสนามแข่งมากกว่า เวลาใส่โหมด Comfort ก็รู้สึกถึงความกระด้างมากกว่ารุ่นเดิม ในขณะที่โหมด Sport + แม้จะขับในสนามทิ้งโค้งได้มั่นขึ้น แต่บนถนนไทย ช่วงล่างกระด้างดีดขึ้นอย่างชัดเจนเวลาใช้ความเร็วสูง ไม่มั่นคงแบบรถรุ่นก่อน นอกจากนี้ ในขณะที่รุ่นเดิมจะปรับน้ำหนักพวงมาลัยเวลาขับตามโหมดได้ และมีความเบา/หนักในแต่ละโหมดชัดเจน รุ่นไมเนอร์เชนจ์ดูเหมือนว่าแต่ละโหมดจะให้น้ำหนักขืนมือที่ต่างกันไม่มาก..แต่ไม่ใช่ว่าน้ำหนักเบาหรือหนักเกินนะครับ สำหรับคนขับซิ่ง มันดีเลยล่ะ

ส่วนเรื่องอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงนั้น ถ้าซัดแหลกเท่ากันคุณจะเห็นตัวเลข 5 กิโลเมตรต่อลิตรเอาง่ายๆ ตามประสารถที่ม้า 350 อัพ แต่ถ้าวิ่งทางไกลยาวๆ ขับเรียบร้อยประหนึ่งกำลังจีบสาวแล้ว แม่ของเค้าขอนั่งติดรถมาด้วย คุณอาจมีโอกาสเห็นเลขทางไกลระดับ 13 กิโลเมตรต่อลิตรได้ คือถ้าคุณจะคาดหวังความประหยัดเชื้อเพลิงจากรถเทอร์โบคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อตัวหนัก 1.73 ตัน ผมว่าก็ไม่ควรคาดหวังจนเกินงามครับ ต้องทำใจ

การเล่น C 43 นั้น ความสามารถรอบด้านของตัวรถ อนุญาตให้คุณสามารถใช้มันเป็นรถเพียงคันเดียวในชีวิตได้ ถ้าคุณยังไม่มีลูกเล็กนั่งหลัง เกียร์อัตโนมัติ 9G ของ C 43 นั้น เซ็ตมาลงตัวกว่า C 250 Coupe ลอตแรกๆ อาการเย่อกระตุกน้อยกว่า จึงสามารถขับในเมืองแบบเรียบร้อยสบายตัวได้ ถ้าเป็นรุ่น 367 แรงม้า ก็จะสบายทวารด้วยเพราะช่วงล่างที่นุ่มกว่า แต่อย่าลืมว่า รถที่คุณจับมานั้นอายุเท่าไร บางคันอาจจะ 6 ปี บางคันอาจจะ 4 ปี และ C 43 เป็นรถที่เจ้าของขับไม่ธรรมดา คุณอาจต้องเตรียมเจอเซอร์ไพรส์เอาไว้ในใจบ้าง เช่น Transmission Malfunction โชว์ (ดับเครื่องสตาร์ตใหม่หาย) หรืออาการเฟืองท้ายหอน ที่พบในหลายคัน ไม่จำเป็นต้องเป็นรถไมล์เยอะ แค่วิ่งเล่นสนามแข่งทุกเดือนติดต่อกันหลายครั้งหน่อยก็ดังได้

กรุณาหารถที่คุณต้องการอย่างใจเย็น ดูให้มาก ดูให้หลายคัน แล้วคุณจะเริ่มจับความแตกต่างในด้านสภาพของรถแต่ละคันได้ หากสามารถพาผู้เชี่ยวชาญการเช็ครถ หรือเพื่อน/คนรู้จักที่ใช้ C 43 อยู่และรักษาสภาพดี ไปช่วยกันดูรถได้ ผมบอกเลยว่า คุณจ่ายค่าตอบแทนพวกเขาสักสี่ห้าพันบาท ก็คุ้มมาก ถ้าคุณไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องรถเหล่านี้ เพราะ C 43 เป็นรถแรง เป็นขวัญใจวัยรุ่นประชาชื่นที่มีเงินหลักล้าน รถบางคันก็จะถูกทรมานมากกว่าคันอื่น ซัดจนอุณหภูมิน้ำมันเครื่องน้ำมันเกียร์ทะลุ แช่ยาวเล่นบ่อยๆ พวกนี้เครื่องจะลาโลกไวกว่ารถที่เจ้าของซัดแบบรู้จักประเมินรถ รู้จักดูความร้อนบนหน้าปัด และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องน้ำมันเกียร์บ่อย มันอาจเป็นไปได้ที่คุณจะเจอเจ้าของ C 43 ที่เจ้าของเดิมซื้อมาขับฉุยฉาย ไม่ซิ่ง แต่ความเป็นไปได้ก็พอๆ กับการที่คุณจะจีบสาวติดในครั้งแรกที่พบ

มันไม่ใช่รถที่ไร้ที่ติ ไร้ข้อเสีย หรือจับมาแล้วใช้ลืม รถพันธุ์แรงเกือบทุกรุ่น ต้องการการบำรุงรักษาที่ดี และที่สำคัญคือต้องมีเงินไว้เลี้ยงเขาด้วยเพราะเวลาซ่อม ค่าซ่อมของเขา คือค่าซ่อมของรถราคาสี่ล้าน ไม่ใช่ค่าซ่อมแบบรถป้ายแดงราคา 2.5 ล้าน หากทำได้ C 43 ก็คือรถเยอรมันตัวแรงไม่ธรรมดา ที่ราคาลงมาอยู่ในระดับที่พวกคนเริ่มรวยสามารถหามาครอบครองได้ และที่สำคัญคือ ถ้าซื้อวันนี้ ก็ยังดูเหมือนคุณขับรถใหม่ เพราะเบนซ์ประเทศไทย ยังขายรถรุ่นนี้แบบป้ายแดง Edition พิเศษอยู่เลยด้วยซ้ำ ..ถ้าอยากลอง ก็จัดเลยครับ.

Pan Paitoonpong

คุณกำลังดู: มือสองน่าสน- Mercedes-AMG C 43 Coupe 2 ล้านกลางกับคูเป้ยุโรปซิ่งปียังใหม่

หมวดหมู่: รถยนต์

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด